การผ่าคลอดมีผลต่อภูมิคุ้มกันและพัฒนาการทางสมองของลูก โดยมีงานวิจัยที่ยืนยันว่า เด็กที่ผ่าคลอดจะได้รับภูมิคุ้มกันตั้งต้นที่แตกต่างจากเด็กคลอดธรรมชาติ รวมไปถึงพัฒนาการทางสมองของลูกด้วย ซึ่งในช่วงขวบปีแรกเป็นช่วงที่สมองของลูกพัฒนาได้อย่างรวดเร็วที่สุด คุณแม่จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ แต่ถึงจะต้องผ่าคลอดก็ไม่ต้องกังวล เพราะคุณแม่สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและเตรียมสมองของเด็กผ่าคลอดให้พร้อมได้ตั้งแต่วันแรก ด้วย สฟิงโกไมอีลิน และบีแล็กทิส ซึ่งเป็นสารอาหารที่พบในนมแม่ การคลอดแบบธรรมชาติ เด็กจะถูกคลอดผ่านช่องคลอดของแม่ ซึ่งทำให้ลูกได้รับเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จากช่องคลอดของแม่ ส่วนการคลอดแบบผ่าคลอดนั้น ลูกจะถูกนำตัวออกมาผ่านหน้าท้องของแม่ จึงทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับจุลินทรีย์ที่ดีผ่านทางช่องคลอด ซึ่งถือว่าเป็นภูมิคุ้มกันแรกของลูกหลังจากลูกลืมตาดูโลก โดยจากการศึกษาพบว่า 1 ใน 7 ของเด็กผ่าคลอดอาจมีความเสี่ยงต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ โดยพบว่าการเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองในช่วงเริ่มต้นของเด็กผ่าคลอดมีการเชื่อมโยงที่แตกต่างจากเด็กที่คลอดธรรมชาติ นั่นจึงทำให้คุณ แม่ผ่าคลอด หลายคนรู้สึกกังวลเรื่องภูมิคุ้มกันและพัฒนาการทางสมองของลูกรัก โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรกที่ถือเป็นเวลาทองทางพัฒนาการของลูก เพราะเป็นช่วงที่สมองลูกพัฒนาได้รวดเร็วที่สุด คุณแม่ผ่าคลอด จึงต้องใส่ใจกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและพัฒนาการทางสมองให้ลูกเป็นพิเศษ นมแม่ คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างและชดเชยสิ่งที่ขาดให้กับเด็กผ่าคลอด เด็กผ่าคลอดก็แข็งแรงได้ เพราะนมแม่มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อความต้องการของร่างกายลูก อย่างสฟิงโกไมอีลิน ที่มีส่วนช่วยในการสร้างไมอีลินในสมอง ช่วยในการทำงานของสมอง ทำให้สมองสามารถส่งสัญญาณประสาทได้อย่างรวดเร็ว สามารถประมวลผลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ จดจำ คิดวิเคราะห์ และการพัฒนาสมองอย่างรวดเร็วเต็มศักยภาพ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของลูกให้ดียิ่งขึ้น โดยจากการวิจัยค้นพบว่า การให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีสฟิงโกไมอีลินเร็วเท่าไหร่ กระบวนการพัฒนาของสมองของลูกก็จะยิ่งสร้างได้ไวเท่านั้น มากไปกว่านั้นแล้ว นมแม่มีจุลินทรีย์กลุ่มบิฟิโดแบคทีเรียม แล็กทิส […]
Amarin Baby & Kids ยกให้ Mothery เป็นหมอนรองให้นม ที่ได้รับรางวัล Editor’s Choice สาขา Best Nursing Pillow จาก Amarin Baby & Kids Awards 2023
รู้หรือไม่ IQ ดีอย่างเดียวอาจไม่พอ การเลี้ยงลูกเจนเบต้า อัลฟ่า ต้องมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ด้วย คุณแม่เตรียมพร้อมหรือยัง เพราะการเลี้ยงลูกไม่เคยหยุดนิ่ง คุณแม่ต้องหมั่นหาความรู้อยู่เสมอเพื่อให้สามารถดูแล และส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเด็กยุคใหม่สองเจนเนอเรชั่น คือ เด็กเจนอัลฟ่า วัย 1 – 5 ปี และเด็กเจนเบตา ที่เกิดระหว่างปี 2568 – 2582 ซึ่งจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ของโลกใบนี้ พวกเขากำลังเติบโตในโลกที่แตกต่างจากสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่คุ้นเคย เด็ก ๆ เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI ซึ่งสัมพันธ์กับการใช้ชีวิตในแต่ละวันตั้งแต่ลืมตาจนเข้านอน พวกเขาจึงฉลาด คิดเร็ว คล่องแคล่ว กล้าคิดกล้าแสดงออก เชื่อในความเท่าเทียม ยอมรับความแตกต่าง และมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันการใช้ชีวิตของลูกเจนอัลฟาและเบตากลับยากขึ้น ทั้งจากการแข่งขันสูง สภาพแวดล้อมและโรคภัยที่ต้องเผชิญและแก้ไขอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการเตรียมพร้อมให้ลูก IQ ดี ฉลาดเป็นเลิศ คงไม่เพียงพอที่ช่วยให้ลูก ๆ ก้าวสู่ความสำเร็จและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ต้องมีทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ EF ควบคู่กันด้วย แล้ว EF คืออะไร […]