เตี้ยแคระแกร็น

เด็กไทย เตี้ยแคระแกร็น โลหิตจาง แคลเซียมวิตามินดีต่ำ

เด็กไทย เตี้ยแคระแกร็น โลหิตจาง แคลเซียม วิตามินดีต่ำ

แม้ประเทศไทยจะมีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ แต่ปัญหาโภชนาการในเด็กก็ยังคงมีอยู่เสมอทั้งภาวะขาดสารอาหาร รวมไปถึงภาวะได้รับสารอาหารที่ไม่จำเป็นมากเกินไปจนเกิดโรคอ้วน ล่าสุดได้มีการสำรวจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบว่า เด็กไทยมีปัญหา เตี้ยแคระแกร็น โลหิตจาง แคลเซียม และวิตามินดีต่ำ เป็นจำนวนมากค่ะ

การสำรวจภาวะโภชนาการในเด็ก

มีผลสำรวจโครงการ ภาวะโภชนาการ เด็กใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 2 หรือ SEANUTS II (South East Asian Nutrition Surveys II)  ซึ่งเป็นการสำรวจเด็กอายุ 6 เดือน – 12 ปี จำนวนเกือบ 14,000  ราย จากประเทศไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ระหว่างปีพ.ศ. 2562 – 2564 โดยมุ่งศึกษา ภาวะโภชนาการ การบริโภคอาหาร พฤติกรรมและวิถีการดำเนินชีวิตที่เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการและสุขภาพของเด็ก พบทุพโภชนาการถึง 3 ลักษณะ ได้แก่

  • ภาวะโภชนาการทางด้านขาด (undernutrition) อาทิ ภาวะเตี้ยแคระเกร็น
  • การขาดสารอาหารกลุ่มรอง (micronutrients deficiencies)
  • ภาวะโภชนาการเกิน ได้แก่ ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน (overweight and obesity) ซึ่งมักพบร่วมในประเทศเดียวกัน หรือบางกรณีในครอบครัวเดียวกัน

เด็ก เตี้ยแคระแกร็น โลหิตจาง ขาดแคลเซียม วิตามินดีต่ำ

ผลการศึกษาล่าสุดนี้ ต่อยอดจากการศึกษาภายใต้โครงการ สำรวจภาวะโภชนาการเด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 ในปีพ.ศ. 2555 โดยในครั้งนี้ยังพบปัญหา ดังนี้

  • เด็กเล็ก พบภาวะ เตี้ยแคระแกร็น และภาวะโลหิตจาง 
  • เด็กโต ประสบปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน และโรคอ้วน

ในภาพรวมยังพบว่า เด็กส่วนใหญ่ ได้รับแคลเซียมและวิตามินดีต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน และพบกลุ่มที่มีภาวะพร่องวิตามินดี  จึงจำเป็นที่จะต้องเติมเต็มช่องว่างทางโภชนาการที่ขาดหาย ผ่านกิจกรรมและการให้ความรู้

เร่งแก้ปัญหาการเข้าถึง “โภชนาการ” ที่ดี

รศ.ดร.นิภา โรจน์รุ่งวศินกุล ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าโครงการ SEANUTS II ในประเทศไทย อธิบายว่า โภชนาการที่ดี เกิดจากการบริโภคอาหารที่สมดุล ได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม พอเพียงและมีความหลากหลายของอาหาร หากเด็กไม่ได้รับโภชนาการและสารอาหารที่จำเป็น ก็จะไม่สามารถเติบโตและมีพัฒนาการอย่างเหมาะสมได้

  • ผลสำรวจที่ประเมินจากการบริโภคอาหาร พบว่า มากกว่าร้อยละ 70 ของเด็กในทั้ง 4 ประเทศ ที่ศึกษา ไม่ได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอ (เมื่อเทียบกับปริมาณค่าเฉลี่ยที่ควรได้รับในแต่ละวัน)
  • มากกว่าร้อยละ 84 ได้รับวิตามินดีต่ำกว่าเกณฑ์
เตี้ยแคระแกร็น
เด็กไทย เตี้ยแคระแกร็น โลหิตจาง แคลเซียมวิตามินดีต่ำ

อาหารที่เด็กควรได้รับเพื่อแก้ปัญหา เตี้ยแคระแกร็น ขาดสารอาหาร

1.เนื้อสัตว์ เป็นสารอาหารที่ให้โปรตีนช่วยเสริมสร้างสร้างกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อและฮอร์โมน  ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เพื่อเป็นการปลูกฝังนิสัยการบริโภคที่ดีให้แก่เด็ก และควรให้อาหารทะเล  เครื่องในสัตว์  สัปดาห์ละ  1-2  ครั้ง
2. ไข่เป็ด  ไข่ไก่  ควรได้รับวันละ  1  ฟองทุกวัน
3. ถั่วเมล็ดแห้ง เด็กควรกินถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ เพราะมีโปรตีน แคลเซียม และวิตามินบีสองมาก
4.นมสด ให้โปรตีนและแคลอรี่สูง และยังมีแคลเซียม วิตามินเอมาก ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต เด็กจึงควรดื่มนมทุกวันอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว
5.ผักใบเขียวและผักสีเหลือง ควรให้เด็กบริโภคในมื้ออาหารทุกมื้อ และควรสับเปลี่ยนชนิดให้หลากหลาย เพื่อให้เด็กได้รับวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน
6.ผลไม้สด  เป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน และเกลือแร่โดยเฉพาะวิตามินซี เด็กควรได้รับผลไม้ทุกวัน และเลือกชนิดให้หลากหลายตามฤดูกาล
7.ข้าว  ก๋วยเตี๋ยวหรือแป้งอื่นๆ  ควรจัดให้เด็กในมื้ออาหารทุกมื้อ  หรือกินในรูปของขนมบ้างก็ได้ โดยเลือกข้าวหรือแป้งที่ผ่านการขัดสีน้อย เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุมาก
8.ไขมันหรือน้ำมันพืช เป็นเหล่งที่ดีของพลังงาน และช่วยให้วิตามินที่ละลายในน้ำมัน ถูกดูดซึมได้ดีขึ้น ควรเลือกน้ำมันพืชเพื่อใช้ในการประกอบอาหารให้แก่เด็ก เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น
9.น้ำ  ควรให้เด็กบริโภคน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว  หรือให้เพียงพอกับปริมาณที่สูญเสียไปในแต่ละวัน

สารอาหารแต่ละชนิดควรให้เด็กบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม เพราะถ้าให้ในปริมาณมากเกินจะทำให้เด็กมีภาวะโภชนาการเกินหรืออ้วนได้ค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

กรุงเทพธุรกิจ, ฝ่ายโภชนาการ คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

กรมอนามัยเตือน! ปล่อยลูก ฟันผุ เสี่ยงเด็กแคระแกร็น!!

อาหารกลางวันนักเรียน กินอะไร กระตุ้นพัฒนาการลูก

ไทรอยด์เป็นพิษ ลูกเป็นแต่เล็ก ส่งผลต่อพัฒนาการล่าช้า