AMARIN Baby And Kids – เพื่อลูกฉลาดและมีความสุข

อาหารแก้หวัด 13 ชนิด! เพิ่มภูมิต้านทานให้กับลูกน้อย

อาหารแก้หวัด … อีกหนึ่งทางเลือกที่คุณแม่สามารถหามาให้ลูกน้อยรับประทาน เพื่อป้องกันพร้อมรักษาอาการหวัดให้หายได้ นอกเหนือจากการกินยา ซึ่งเด็กบางคนกินยายาก เมื่อมีอาการป่วย ร่างกายของเขาต้องการพลังงานจากอาหารมาช่วยฟื้นตัวจากอาการป่วยไข้ หากลูกได้รับอาหารเหมาะสม จะช่วยให้อาการป่วยหายได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน

เมื่อลูกป่วยสภาพร่างกายและจิตใจของลูกจะเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ เด็กอาจอ่อนเพลีย กินอาหารได้น้อยลง หรือไม่อยากกินอะไรเลย ร้องไห้ งอแง ซึม เด็กก็เหมือนผู้ใหญ่ที่เมื่อร่างกายไม่สบายจิตใจก็ไม่นึกอยากกินอะไร ในช่วงที่ลูกป่วยนี้พ่อแม่จึงต้องจัดเตรียมอาหารสำหรับลูกเป็นพิเศษ และคอยเอาใจใส่ให้ลูกกินอาหารให้เพียงพอเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

ซึ่งการป้องกันไข้หวัดในเด็ก ไข้หวัดเป็นโรคติดเชื้อ การป้องกันที่ดีคือการให้วัคซีนเพื่อเป็นการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค แต่มีเชื้อไวรัสมากกว่า 200 ชนิดที่ทำให้เกิดโรคหวัด ดังนั้นจึงยังไม่มีวัคซีนจำเพาะ สำหรับป้องกันโรคหวัดได้ การกินวิตามินซี ก็ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนมากเพียงพอว่า วิตามินซี ไม่ว่าจะเป็นขนาดปกติหรือขนาดสูงจะสามารถป้องกันไข้หวัดได้ และหากได้รับวิตามินซี ในนขนาดที่มากเกินความต้องการในระยะเวลานาน ยังอาจเกิดอันตรายตามมาได้ด้วย เช่น อาจทำให้ท้องเสียรุนแรงในเด็กเล็ก

ทั้งนี้ในปัจจุบันแค่ยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียว นั้นไม่อาจสู้หวัดให้หายได้ในเร็ววัน เพราะเชื้อไข้หวัดนั้น ก็พัฒนาตัวเองตามกาลเวลา ดังนั้น การรักษาโรคหวัดทีดี คือนอกจากทานยาแล้ว ยังต้องดูแลตนเองให้ถูกสุขลักษณะ เลือกอาหารที่มีสารอาหารในการป้องกันหวัดช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ดังอาหาร 13 ชนิดที่ Amarin Baby & Kids รวบรวมมาให้นี้ค่ะ

รวม 13 อาหารแก้หวัด ให้ลูกน้อย

1.ซุบไก่ร้อนๆ

ไม่น่าเชื่อว่าอาหารยอดนิยมที่ทุกชาติใช้ต้านหวัดคือ ซุปไก่ ซึ่งว่ากันว่าใช้กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 นั่นเลย ตามรายงานวิจัยพบว่าซุปไก่มีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่า นิวโทรฟิลด์ ไปยังเนื้อเยื่อปอด ทำให้ลดกระบวนการอักเสบในปอด และลดอาการไอได้ โดยตำรับซุปไก่ที่ใช้ศึกษาประกอบด้วย ไก่ มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง ก้านขึ้นฉ่าย ผักชี แครอท หัวผักกาด เกลือ และพริกไทย นอกจากนั้นซุปไก่ที่รวมถึง ต้มยำไก่ แกงไก่ ยังมีสมุนไพรที่ช่วยต้านหวัดรวมอยู่อีกหลายชนิด

2.อาหารรสเผ็ด

อาหารที่ช่วยให้จมูกโล่ง หายคัดจมูก ก็คืออาหารรสเผ็ดร้อนที่มีพริกเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกแห้ง รวมไปถึงพริกไทย และสมุนไพรรสเผ็ดร้อนอื่น ๆ เราสามารถกินเผ็ดอย่างเอร็ดอร่อยและหลากหลายในอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนูในต้มยำ พริกชี้ฟ้าในผัดเผ็ด พริกไทยในแกงเลียง พริกแห้งในลาบ หรืออาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรรสเผ็ดร้อนต่าง ๆ เช่น ขิง กะเพรา โหระพา เป็นต้น

3.กระเทียม

กระเทียม นั้นเป็นยาดีช่วยลดอาการหวัดได้ เมื่อมีอาการหวัด ให้นำกระเทียม 1 กลีบเล็กมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วใช้ช้อนบี้ให้แตก เติมน้ำร้อนลงไป 1 ถ้วย ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นเติมน้ำผึ้ง และมะนาวเล็กน้อย ดื่มวันละ 2 ถ้วย จะช่วยบรรเทาอาการได้ เมื่อหายแล้วให้ดื่มต่ออีกสัก 3 วัน วันละ 1 ถ้วย หรือถ้าติดใจจะดื่มเป็นประจำก็ได้ เพราะกระเทียมจะช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัดได้อย่างดี นักวิจัยชาวจีน ดร.เบนจามิน เลา แห่งมหาวิทยาลัยโลมาลินดาในแคลิฟอร์เนีย ได้ศึกษายารักษาโรคตามแบบแพทย์ตะวันออกมานาน ได้ทำการศึกษาแล้วพบว่า “กระเทียม” มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ซึ่งออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสหวัดได้โดยตรง และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวได้

4.ดื่มน้ำมากๆ

ผู้ป่วยควรดื่มน้ำมาก ๆ เวลาที่เป็นหวัด แต่ไม่ควรดื่มน้ำเย็นซึ่งจะทำให้เจ็บคอและไอมากขึ้น ควรจิบน้ำอุ่นหรือน้ำสมุนไพรอุ่น ๆ ตลอดเวลา เช่น น้ำตะไคร้ น้ำมะตูม น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย จะช่วยให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ และละลายเสมหะ การจิบน้ำอุ่นบ่อย ๆ ร่วมกับการรักษาความสะอาดภายในช่องปาก จะช่วยให้อาการเจ็บคอทุเลาและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นด้วย

อ่านต่อ >> อาหารแก้หวัดให้ลูกน้อย ที่คุณแม่ควรหาให้ลูกทาน” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Amarin Baby & Kids

5.ผลไม้ตระกูลส้ม

ผลไม้ตระกูลส้มนั้นจะมีวิตามินซีสูง โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรืออยู่ในแวดวงคนสูบบุหรี่ บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงการเป็นหวัดและทำให้ร่างกายต้องการวิตามินซีสูงขึ้น วิตามินซีป้องกันหวัดได้ ถ้ารู้ตัวว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ติดหวัด เป็นหวัดง่าย ก็ต้องกินผักและผลไม้ให้วิตามินซีมากๆ เช่น ส้ม มะละกอสุก มะม่วง ฝรั่ง สับปะรด ส้มโอ ชมพู่ พุทรา มะขาม แตงโม ฯลฯ

6.ขิง

ขิงช่วยขับเหงื่อ มีฤทธิ์ แก้หวัด เย็น (หวัดเย็น คือรู้สึกหนาว มีไข้ต่ำ ไม่ค่อยมีเหงื่อออก มีเสมหะมักเหลวใส) และยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด และข้ออักเสบได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจอีกด้วย ช่วงฝนพรำ สภาพอากาศเปลี่ยนและชื้น ๆ แบบนี้ เมื่อเริ่มจะรู้สึกเซื่อง ๆ เฉื่อยชา หนาว ๆ มีน้ำมูกใสไหลจี๊ด ๆ หรือเริ่มมีเสมหะ ก็อย่าได้ชะล่าใจ ขอให้รีบต้มน้ำขิงดื่มเลย

7.น้ำผักผลไม้สด

ผักผลไม้ในกลุ่มที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีน (วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี จะช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น สามารถเลือกตามที่ชอบและนำมาปั่นทานกันได้เลย เน้นว่าควรเป็นผักและผลไม้สด เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระกันแบบเต็ม ๆ หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาปั่น ก็ทานผลไม้สด ๆ ก็ได้

8.ชาร้อน

ชาร้อนทุกชนิดล้วนมีสารโพลิฟีนนอล สารแอนติออกซีเดนต์ในพืชที่ช่วยลดอาการติดเชื้อ ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกชุ่มชื้น หายใจสะดวก ควรชงชาในน้ำร้อนตั้งทิ้งไว้ราว 1 นาที จะดึงคุณสมบัติ แก้หวัด ชาได้ดีที่สุด

9.โยเกิร์ต

มีการศึกษาพบว่า โยเกิร์ตช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มการสร้างสารแอนติบอดีบางชนิดได้ การศึกษากับอาสาสมัครทั้งคนหนุ่มและคนสูงอายุ พบว่าการรับประทานโยเกิร์ตทุกวันเป็นเวลา 1 ปี ช่วยลดอาการจากหวัดและภูมิแพ้ ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น และร้อยละ 25 เป็นหวัดน้อยลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน แนะนำให้เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติชนิดไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย และมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่

อ่านต่อ >> อาหารแก้หวัดให้ลูกน้อย ที่คุณแม่ควรหาให้ลูกทาน” คลิกหน้า 3

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Amarin Baby & Kids

 

10.ฟักทอง

ฟักทองอุดมไปด้วยวิตามิน A, C และ E รวมทั้งแคลเซียม สังกะสี โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส จึงเป็นอาหารที่จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงมากพอจะต่อสู้กับเชื้อหวัดที่ก่อให้เกิดน้ำมูก และเสมหะได้อีกทาง นอกจากนี้ยังแนะนำให้กินเมล็ดฟักทองเพื่อกำจัดน้ำมูกด้วย เนื่องจากในเมล็ดฟักทองมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีสรรพคุณในการต้านการอักเสบในร่างกาย อีกทั้งเมล็ดฟักทองยังมีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่น ๆ อีกมากมายที่พร้อมจะไฟท์กับอาการอักเสบต่าง ๆ ด้วยนะคะ

11.น้ำผึ้ง

ทราบไหมคะว่าน้ำผึ้งแท้ 100% จะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์นานัปการ ทั้งสรรพคุณในการต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารฟลาโวนอยด์ที่จะช่วยลดทั้งอาการไข้ อาการภูมิแพ้ น้ำมูกไหล หรือแม้กระทั่งจะใช้น้ำผึ้งในการรักษาบาดแผลติดเชื้อไม่รุนแรงก็ยังได้

12.หัวหอม

แค่เราดมหัวหอมยังช่วยแก้อาการคัดจมูกได้ง่าย ๆ นับประสาอะไรกับการกินหัวหอมสด ๆ ที่จะได้รับสารอาหารจากหัวหอมอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน C, B6, B1, K, ไบโอติน, โครเมียม, แคลเซียม, และกรดฟอสฟอริกตัวจี๊ด (กรดที่ทำให้เราน้ำตาไหลตอนหั่นหัวหอม) ที่มีสรรพคุณช่วยชะล้างแบคทีเรียและฆ่าเชื้อโรคที่มีอยู่ในเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดสะอาดขึ้น อาการป่วยก็จะบรรเทาลงตามลำดับ

13.สับปะรด

นอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามิน C ที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ภูมิคุ้มกันได้แล้ว ความจี๊ดของสับปะรดก็อยู่ที่เอนไซม์บรอมีเลนซึ่งจะช่วยยับยั้งอาการอักเสบ ช่วยกำจัดเสมหะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อภูมิคุ้มกันมีตัวช่วยเพิ่มขึ้น อาการอักเสบลดลง ปริมาณน้ำมูกก็จะค่อย ๆ ลดลงไปด้วยนั่นเอง

นอกเหนือจากเมนูที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและบรรเทาอาการหวัดดังที่กล่าวมานี้ หวัดเป็นโรคที่หายได้เองโดยไม่ต้องรักษาหรือเพียงรักษาตามอาการก็เป็นการเพียงพอแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ ร่วมไปกับการให้เด็กได้รับวัคซีนครบถ้วนตามวัย  การให้เด็กได้เล่น ได้สูดอากาศที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่บริสุทธิ์ เป็นปัจจัยร่วมกันที่ช่วยป้องกันเด็กไม่ให้เป็นหวัด หรือเมื่อป่วยเป็นหวัดก็รักษาได้ง่าย หายเร็ว

อ่านต่อบทความน่าสนใจ

 


ขอบคุณที่มาจาก : www.si.mahidol.ac.th , www.emaginfo.com , health.mthai.com