ตีลูก.. เชื่อว่าแม่ๆ ทุกท่านคงเคยทำกันบ้างสักครั้ง ..เคยไหมคะ ลูกในวัยเด็กเล็กดื้อมาก เอาแต่ใจ พูดอย่างไรลูกก็ไม่ฟัง จนคุณแม่เก็บอารมณ์ไม่อยู่และเผลอตีลูกน้อยไม่ยั้งมือ ถ้าเคย แต่ก็รู้สึกผิดที่ทำกับลูกแบบนั้น ลองอ่านบทความนี้ดูค่ะ
ลูกชายอายุ 3 ขวบ เวลาอยู่ต่อหน้าผู้คน จะเอาแต่ใจตัวเอง หรือไม่ก็ร้องไห้กระจองอแง ซึ่งทุกครั้ง ดิฉันจะว่าลูก และตีลูกด้วยอารมณ์โมโห ดิฉันตั้งใจจะเลิกทำแบบนี้ แต่พอมารู้ตัวอีกที ดิฉันก็ตีลูกจนกว่าลูกจะพูดขอโทษถึงจะหยุดตี
ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ดิฉันจะรู้สึกว่า “ทำไมเราเป็นแม่ที่แย่ขนาดนี้นะ” จนรู้สึกหมดความมั่นใจ ดิฉันกลัวจับใจจริง ๆ ว่า ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ตัวดิฉันเองจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้
คุณเป็นคุณแม่ที่วิเศษมาก ๆ นะคะ เพราะคุณสามารถสำนึกได้
ดิฉันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของคุณแม่ที่ต้องตีลูกรักเป็นอย่างดีทีเดียว แต่คุณแม่คะ อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ เพียงแค่คุณแม่เป็นคนที่มองเห็นการกระทำของตัวคุณแม่เอง ก็ถือได้ว่าเป็นคุณแม่ที่วิเศษแล้วล่ะค่ะ
“คุณแม่ที่สำนึกตัวได้ คือ คุณแม่ในอุดมคติ”
นี่เป็นคำพูดที่ท่านอาจารย์เคนซากุ โคบายาชิ ผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัยครอบครัวศึกษาแห่งโตเกียว ท่านสอนให้ดิฉันได้รู้ถึงเรื่องนี้ เมื่อครั้งที่ดิฉันอยู่ในวัยที่ต้องเลี้ยงลูก ในโลกนี้ไม่ได้มีการสอบใบอนุญาตสำหรับการเป็นคุณพ่อคุณแม่ใช่ไหมคะ ลูก 3 ขวบ คุณเองก็เป็นคุณแม่ 3 ขวบเช่นกัน จึงมีการทำผิดทำถูกไปพร้อม ๆ กับลูก ซึ่งการทำผิดไม่ได้หมายความว่าเป็นคุณแม่ที่ใช้ไม่ได้ แต่เป็นเพราะขาดประสบการณ์มากกว่านะคะ แต่เมื่อคุณแม่ทำผิดทุกครั้ง คุณแม่สำนึกได้ การสำนึกนี่ล่ะค่ะ ที่จะทำให้เป็นคุณแม่ในอุดมคติได้
ที่ผ่านมา ดิฉันเองก็เคยเป็นเหมือนคุณแม่เช่นกัน รู้ด้วยเหตุและผล แต่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ แต่ก็ได้ใช้ความพยายามปรับปรุงตนเองและขอให้ลูกอภัยให้หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน
อ่านต่อ สิ่งสำคัญหลังจากตีลูกแล้ว คืออะไร? คลิกหน้า 2
สิ่งที่สำคัญ คือ หลังจากที่ตีลูก แล้วสำนึกได้ว่า ทำไปอีกแล้ว คุณแม่ควรที่จะโอบกอดลูกด้วยความรักแล้วบอกลูกว่า “ขอโทษนะ เจ็บใช่ไหม แม่เองก็อยากเป็นแม่ที่ดีเหมือนกัน” ซึ่งอาจจะทำไม่ได้ในเดี๋ยวนั้น จะเป็นตอนกลางคืนหลังจากที่ลูกหลับแล้วก็ได้ค่ะ ค่อย ๆ ลูบศีรษะของลูกหลาย ๆ ครั้ง ลูกจะรับรู้หัวใจของคุณแม่ในเวลานั้นได้อย่างแน่นอน
การกระทำของคุณแม่ที่พยายามทำตัวให้เป็นคุณแม่ที่ดีตามที่คุณแม่ตั้งใจไว้นั้น ก็จะเป็นภาพ “คุณแม่ที่วิเศษ” สะท้อนเข้าสู่สายตาของลูกอย่างแน่นอน ซึ่งภาพการกระทำของคุณแม่นี้ จะทำให้ลูกได้เรียนรู้ถึง “ความพยายาม” ได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น คุณแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นคุณแม่ที่ประเสริฐสมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มต้นหรอกนะคะ
ที่สถาบันวิจัยครอบครัวศึกษาแห่งโตเกียวนี้ เรามุ่งเน้นในเรื่อง “ครอบครัวศึกษาที่เรียนรู้จากลูก ๆ” การเรียนรู้จากลูก ๆ คือ การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกโดยเข้าใจถึงความรู้สึกของลูก ๆ การรู้สภาพจิตใจที่แท้จริงของลูก ๆ ว่า ณ เวลานั้น ๆ ลูกที่อยู่เบื้องหน้าของเรากำลังคิดอะไรอยู่ อยากให้เราทำอะไรให้
ลูกคืออาจารย์ของคุณแม่ค่ะ ซึ่งดิฉันคิดว่า ลูกกำลังสอนเรื่องราวต่าง ๆ ทีละเรื่องตั้งแต่ลูกยังอยู่ในวัยทารก เพื่อให้คุณเติบโตเป็นคุณแม่อยู่ ครอบครัวศึกษา เป็นการลงมือทำ 1 เรื่อง ซึ่งจะดีกว่าการใช้คำพูดถึง 100 คำ คุณแม่ทำได้แน่นอนค่ะ ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อม ๆ กับลูกนะคะ
แปลจาก นิตยสาร Yakushin ฉบับเดือนมกราคม 2554 โดย มยุรี มุกดาทอง
เรื่อง : สถาบันวิจัยครอบครัวศึกษาแห่งโตเกียว
ภาพ : Shutterstock