การใช้ยาในคุณแม่ตั้งครรภ์ และให้นมลูกน้อย
ยาที่สามารถใช้ได้ และใช้ไม่ได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์ และให้นมลูก
แก้ปวด ลดไข้ และ ต้านการอักเสบ
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาที่สามารถใช้ได้ และใช้ไม่ได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์ และให้นมลูก
แก้ปวด ลดไข้ และ ต้านการอักเสบ
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
ยาคลายกล้ามเนื้อ
อ่านต่อ “ยาที่สามารถใช้ได้ และใช้ไม่ได้สำหรับคุณแม่” คลิกหน้า 3eclampsia คือ ครรภ์เป็นพิษที่รุนแรงจนมีอาการชัก ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เพื่อสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด สาเหตุเกิดจากอะไร จะสามารถป้องกันหรือรักษาก่อนคลอดได้หรือไม่ มาดูกันค่ะ ภาวะครรภ์เป็นพิษ เกิดจากสาเหตุใด สาเหตุของการเกิดครรภ์เป็นพิษยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันหรือฮอร์โมนต่อมไร้ท่อบางตัวหรือจากกรรมพันธุ์ สันนิษฐานว่าเกิดจากความไม่สมดุลกันระหว่างโปรตีนบางตัวที่สร้างขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ ทำให้เกิดความผิดปกติของหลอดเลือดในสตรีมีครรภ์ ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถสร้างหลอดเลือดไปเลี้ยงรกได้เพียงพอ ทำให้บางส่วนของรกขาดเลือด เกิดการตายของเนื้อรกบางส่วนและมีการปล่อยสารที่ส่งผลให้หลอดเลือดหดตัว แต่มีข้อสมมติฐานว่า ครรภ์เป็นพิษเกิดได้จากสาเหตุดังนี้ รกทำงานผิดปกติ สารบางชนิดกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ภาวะโปรตีน หรือไข่ขาวรั่วออกมาปะปนอยู่ในปัสสาวะ การฝังตัวไม่แน่นของรกบริเวณผนังมดลูก ทำให้ออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทารกในครรภ์ไม่เพียงพอ เกิดการหลั่งสารพิษบางอย่างเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลเสียต่อแม่ตั้งครรภ์และลูก จนเกิดภาวะแทรกซ้อน ภาวะครรภ์เป็นพิษพบได้ 5-10% ของการตั้งครรภ์ กลุ่มเสี่ยงคือ แม่ตั้งครรภ์ครั้งแรก แม่มีน้ำหนักตัวมาก แม่เป็นโรคเบาหวาน แม่มีประวัติความดันโลหิตสูง แม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุเกิน 35 ปี หรือแม่อายุน้อยแต่เป็นครรภ์แรก 5 อาการสำคัญของ ครรภ์เป็นพิษ อาการบวมบริเวณใบหน้า มือ และเท้า ทารกดิ้นน้อยลง สายตาพร่ามัวและปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย หน้าผาก โดยรับประทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น […]
มีประสบการณ์จากคุณแม่คนหนึ่งที่แม่น้องเล็กอากจะเล่าให้ฟังเป็นกรณีตัวอย่าง เมื่อคุณแม่รู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับโรคประจำตัวของคุณแม่เอง คุณแม่ท้องเป็นโรคหัวใจ เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดปกติ เป็นความดัน และครรภ์เป็นพิษ ซึ่งคุณแม่มีความกังวลว่าจะส่งผลกับลูกน้อย
วิธีการตรวจเจาะน้ำคร่ำ เจ้าหน้าที่พยาบาลให้คำปรึกษาและแนะนำขั้นตอนการตรวจให้เข้าใจก่อนตรวจ นอนบนเตียงตามสบาย เปิดเสื้อผ้าบริเวณท้องน้อยออก ไม่เกร็ง แพทย์จะทำการตรวจครรภ์โดยจะใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์เพื่อคาดคะเนอายุครรภ์ที่แน่นอน จำนวนของทารก การเต้นของหัวใจ ท่าและตำแหน่งของทารก ตำแหน่งของรก ว่าอยู่ที่ตรงไหนเพื่อป้องกันไม่ให้เข็มแทงไปถูกทารก สายสะดือ หรือรก ก่อนเจาะแพทย์จะเตรียมผิวหนังหน้าท้องบริเวณที่จะเจาะโดยทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อ บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ฉีดใต้ผิวหนัง แพทย์จะใช้เข็มเล็กๆ ยาวๆ เจาะผ่านผนังหน้าท้อง ผ่านลงไปที่มดลูก เข้าไปในถุงน้ำคร่ำแล้วดูดเอาน้ำคร่ำปริมาณ 15 -30 ml. (1ml. / อายุครรภ์ 1 สัปดาห์) ออกมานำไปปั่นหาเซลล์ของทารก เพื่อตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมต่อไป การเจาะน้ำคร่ำใช้เวลาเพียง 2 –3 นาที คุณแม่สามารถกลับบ้านได้เลย ไม่จำเป็นต้องนอนพักที่โรงพยาบาล ภายใน 12 ชั่วโมงร่างกายจะสร้างน้ำคร่ำมาทดแทนได้เหมือนเดิม การเจาะน้ำคร่ำอาจมีความรู้สึกเจ็บเหมือนถูกเข็มแทงสัก 2 -3 วินาที แต่เมื่อเข็มแทงผ่านลงไปแล้วความรู้สึกนั้นก็จะหายไป ความกลัวเข็มและเกร็งหน้าท้องขณะทำจะทำให้เจ็บมากขึ้น คุณแม่บางท่านจะมีความรู้สึกเหมือนถูกกดบริเวณท้องน้อยขณะที่มีการดูดน้ำคร่ำออกไป หลังจากเจาะน้ำคร่ำเสร็จแล้วบางรายอาจรู้สึกเกร็งเล็กน้อย การนอนพักสักระยะจะทำให้ดีขึ้น ผลการตรวจจะทราบภายใน 2 – 3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการพัฒนาของเซลล์ และขั้นตอนในห้องปฏิบัติการ […]

