คุณพ่อคุณแม่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ภาษาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิต การที่ลูกน้อยของเรารู้จักภาษาที่สามได้เร็วกว่าคนอื่นจึงเป็นเหมือนการสร้างต้นทุนชีวิตที่ดีให้กับเขาด้วย และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ครอบครัวหลายครอบครัวเริ่มหันมาสอนลูกให้เป็นเด็กสองภาษากันตั้งแต่ลูกเริ่มพูดและจำได้ เด็กสองภาษา เป็นคำที่เชื่อว่าพ่อแม่ในสมัยนี้ทุกคนต้องเคยได้ยิน และต้องการจะนำแนวคิดนี้ไปใช้กับลูกของตนบ้าง แต่บางบ้านก็คงพบกับคำถามว่า “จะให้ลูกเรียนรู้จากหนังสือแบบไหนดี” หรือ “ถ้าให้เรียนรู้จากวิดีโอในแทบเล็ตลูกจะกลายเป็นเด็กติดแทบเล็ตหรือไม่” คำถามเหล่านี้ทำให้พ่อแม่หลายคนกังวลและไม่กล้าเลือกสื่อที่จะนำมาสอนลูกๆ ด้วยตนเอง วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำหนังสืออีกแบบที่จะช่วยเป็นบันไดขั้นต่อไปให้น้องๆ หนูๆ ได้เรียนรู้การเป็นเด็กสองภาษา นั่นคือพจนานุกรมภาพอังกฤษ-ไทยสำหรับคุณหนูค่ะ การเลือกหนังสือสองภาษาให้ลูกจำเป็นจะต้องเป็นหนังสือนิทานอย่างเดียวไหม พ่อแม่หลายคนอาจคิดว่าหนังสือนิทานเป็นหนทางที่ง่ายและเร็วที่สุดในการให้ลูกของตนเรียนรู้ที่จะเป็นเด็กสองภาษาแต่ความจริงยังมีหนังสืออีกประเภทหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั่นก็คือ พจนานุกรมภาพสำหรับเด็ก พจนานุกรมภาพสำหรับเด็ก คือหนังสือที่เน้นสอนคำศัพท์ผ่านภาพที่น่ารักและชัดเจน ทำให้เด็กแยกแยะสิ่งที่เขากำลังเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น รูปแบบอาจเป็นหนังสือที่ดูจริงจังจากหนังสือนิทานสองภาษาขึ้นมาสักหน่อย คุณพ่อคุณแม่บางคนจึงมองผ่านไป เพราะอาจคุ้นเคยกับการเล่านิทานสองภาษาให้ลูกฟังมากกว่า หรือบางคนอาจคิดว่าหนังสือเหล่านี้โตเกินไปสำหรับลูกของตนเอง เด็กเล็กๆ ไม่น่าสนใจ จึงไม่กล้าซื้อไปให้เด็กๆ ที่บ้าน และบางคนอาจคิดว่าหนังสือพจนานุกรมภาพเหล่านี้ไม่มีลูกเล่นที่จะดึงดูดเด็กได้มากพอ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยคิดเช่นนั้น อยากบอกค่ะว่าความจริงหนังสือแบบนี้มีลูกเล่นมากกว่าที่คุณคิดไว้ “เพราะเด็กเรียนรู้จากภาพได้ดีกว่าตัวหนังสือ” พจนานุกรมภาพอังกฤษ-ไทยสำหรับคุณหนู เป็นหนังสือสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีภาพวาดน่ารักมากมาย ควบคู่มากับคำศัพท์ง่ายๆ ที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และเนื่องจากมีคำศัพท์ในเล่มกว่า 1,000 คำ ทำให้มีภาพประกอบน่ารักมากตามจำนวนคำศัพท์ไปด้วย ถ้าคุณพ่อคุณแม่คิดว่าหนังสือเหล่านี้จะมีแต่คำศัพท์ที่น่าเบื่อล่ะก็ ผิดถนัดเลยค่ะ เพราะถ้าเป็นเด็กในวัยที่กำลังช่างสังเกตและซักถาม หนังสือเล่มนี้จะเป็นเล่มที่น่าสนใจสำหรับเขาเลยทีเดียว ด้วยความที่มีภาพเล็กๆ มากมาย ทำให้เด็กรู้สึกตื่นตาตื่นใจและสนุกสนานกับการมองดูรายละเอียดต่างๆ เมื่อดึงความสนใจด้วยภาพได้แล้ว เด็กก็จะเริ่มสนใจว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นคืออะไร ทำให้กระตุ้นการอ่าน เริ่มจากภาษาไทยที่อ่านออกก่อน ไปที่การอ่านออกเสียง และจำรูปแบบคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เห็นเอาไว้ […]
ฮุยเลฮุย เอ้า ฮุยเลฮุย ฮึบ… คำสั้นๆ ที่มีอยู่แทบทุกหน้าในเรื่อง หัวผักกาดยักษ์ ทำให้เด็กๆ จำได้ง่ายและสนุกที่จะทำท่าทางตาม นิทานภาพเรื่องหัวผักกาดยักษ์ ของ อเล็กเซ ตอลสตอย เป็นนิทานคลาสสิกที่อยู่คู่แพรวเพื่อนเด็กมาอย่างยาวนาน ด้วยเนื้อเรื่องที่สนุกสนานและภาพที่เข้าใจง่าย ทำให้เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่พ่อแม่จะเลือกซื้อให้ลูกอ่านอยู่เสมอ แต่รู้มั้ยคะว่าเนื้อเรื่องที่เรียบง่ายแบบนั้นแฝงเรื่องที่สำคัญไว้นั่นคือ “ความสามัคคี” อาจจะเป็นเรื่องที่ดูยากเมื่อต้องสอนเรื่องความสามัคคีให้ลูก แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยกนิทานเรื่องนี้ขึ้นมาอ่านให้ลูกๆ ฟัง เด็กจะเข้าใจเรื่องที่ต้องการบอกได้ผ่านคอนเซ็ปต์ง่ายๆ ของเนื้อเรื่องที่เล่าอย่างเรียบง่ายว่า คุณตาเจอหัวผักกาดยักษ์ แต่คุณตาดึงคนเดียวไม่ไหว ต้องให้คุณยายมาช่วย หลานมาช่วย หมามาช่วย และให้แมวกับหนูมาช่วย เมื่อทุกคนออกแรงช่วยกัน ก็สามารถดึงหัวผักกาดขนาดยักษ์ออกมาได้สำเร็จ ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานของ “ความสามัคคี” แม้เด็กเล็กจะยังไม่รู้จักคำนี้ แต่ก็จะเข้าใจได้ทันทีว่า “ถ้าพวกเราร่วมมือช่วยกัน จะทำทุกอย่างสำเร็จได้แน่นอน” หัวผักกาดยักษ์ เรื่อง อเล็กเซ ตอลสตอย ภาพ ชูเรียว ซาโต้ เรื่องภาษาไทย พรอนงค์ นิยมค้า
ไม่มีวิธีการเรียนรู้ใดจะดีไปกว่าการให้เด็กๆ ได้ลงมือทำและลงสนามจริง หากคุณพ่อคุณแม่มีเวลาว่างเมื่อใด แนะนำให้พาเด็กๆ ไปเปิดหู เปิดตา เปิดใจ สัมผัสกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ด้วยตนเอง เพราะพวกเขาจะได้คุ้นชินกับธรรมชาติ จนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ และเรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับธรรมชาติได้อย่างไม่เบียดเบียน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับการอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นๆ ในสังคมได้เช่นกัน ^^